วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Tip: วิธีป้องกันเด็กๆ แอบท่องเน็ต ลบแอพฯ อ่านอีเมล์บน iPhone ของคุณ


ลูกดิฉันเป็นเด็กฉลาด (อันนี้ confirm) ที่อยู่ในวัยกำลังซุกซน ชอบดูยูทูบ เล่นเกมส์ และสนใจแก็ดเจ็ต (gadget) ทุกชิ้นของแม่ โดยเฉพาะ iPhone เผลอเป็นไม่ได้ ต้องหยิบไปเปิดเกมส์เล่น บางทีก็ลบแอพฯออกไปเฉยเลย แถมวันก่อนเปิดอีเมล์ของคุณแม่ แล้วอ่านออกเสียงดังไปทั่วบ้าน ไม่อยากปิดกั้นความอยากรู้อยากเห็นของแกหรอกนะคะ แต่พอจะมีวิธีป้องกันไม่ให้แกเข้ามาซุกซนใน iPhone บ้างไหมคะ? เพราะต้องใช้ติดต่องานด้วยค่ะ อีกอย่างหนึ่งกลัวลูกเข้าไป YouTube แล้วเกิดคลิกไปเจออะไรที่เด็กไม่สมควรดู แบบว่า โหดบ้าง เอ็กซ์บ้าง อะไรบ้าง
 โห...คุณแม่เล่นร่ายมาซะยาวเลย ความจริงวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ อย่าปล่อยให้ iPhone ของคุณแม่อยู่ห่างตัว หรือไม่ก็ต้องเก็บไว้ในลิ้นชักที่ล็อคได้ แต่ถ้าตอบอย่างนี้ กลัวจะได้อีเมล์ที่ไม่ได้แนบคำถาม แต่แนบคำอย่างอื่นมาแทนน่ะสิ ล้อเล่นนะครับ ความจริง iPhone มีฟังก์ชันควบคุมการเข้าถึงแอพ และบริการต่างๆ มากมาย โดยเราเรียกฟังก์ชันนี้ว่า Restrictions ซึ่งขั้นแรกจะต้องเปิดการทำงานก่อนโดยแตะที่ไอคอน Settings ตามด้วย General แล้วเลื่อนลงมาจนพบรายการที่เขียนว่า Restrictions เมื่อแตะเข้าไปที่ด้านบนจะมีคำสั่งให้ Enable หรือเปิดฟังก์ชันนี้ หลังจากแตะที่รายการนี้ หน้าจอจะโผล่ช่องสี่เหลี่ยม 4 ช่อง พร้อมแป้นพิมพ์หมายเลข เพื่อใช้ในการกำหนดรหัสลับ สำหรับการเข้าสู่ฟังก์ชันการกำหนดข้อห้าม (Restrictions) ดังรูป

หน้่าจอทางซ้าย เจ้าของ iPhone จะต้องแตะที่ Enable Restrictions เพื่อเปิดการใช้งานฟังก์ชันนี้ ส่วนหน้าจอ iPhone ทางขวามือ ผู้ใช้จะต้องกำหนดรหัสผ่านง่ายๆ ด้วยตัวเลข 4 หลัก เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อบังคับห้ามใช้งานในส่วนต่างๆ ของ iPhone โดยผู้อื่น
หลังจากตั้งรหัสผ่านเสร็จแล้ว หน้าจอแสดงการเปิด/ปิดการใช้งานในส่วนต่างของ iPhone ก็จะปรากฎขึ้นมา ถึงขั้นตอนนี้คุณแม่จะสามารถปิด (off) ไม่ให้ใช้บราวเซอร์ Safari หรือ app ทุกตัว (Don't allow all apps) รวมถึงการห้าม"ลบ"แอพใดๆ (Deleting Apps) ตลอดจนการเข้าไปแตะต้องบัญชีผู้ใช้อีเมล์ เพียงแค่นี้ ลูกของคุณก็ไม่สามารถป่วน iPhone ของคุณจนเละได้อีกแล้ว...ง่ายดีไหมครับ เอ่อ...ยังไงก็อย่าลืมรหัสผ่านในการแก้ไข หรือยกเลิก Restrictions ก็แล้วกันนะครับ :P

ตัวอย่างหน้าจอด้านซ้ายจะกำหนดห้ามท่องเน็ต เล่นยูทูบ และลบแอพฯ หน้าจอทางขวาจะสังเกตว่า มันไม่มีไอคอนบราวเซอร์ Safai และ Youtube ให้เเรียกใชั้งานได้ 

Tip: ขั้นตอนการทำ "เบลอ" ใบหน้าให้กับคนในคลิปบน YouTube


หลังจากขึ้นข่าวไปบนเว็บไซต์ก็ได้รับความสนใจจากผู้อ่านกันพอสมควร โดยมีผู้อ่านจำนวนหนึ่งได้สอบถามเข้ามายังกองบรรณาธิการ ซึ่งหนึ่งในคำถามยอดฮิตก็คือ แล้วขั้นตอนการใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นอย่างไร? ใช้ได้แล้วหรือยัง? คำตอบคือ YouTube เปิดให้สมาชิกใช้งานได้แล้ว โดยมีขั้นตอนการทำหน้า"เบลอ"โดยอัตโนมัติมีดังนี้
1. ล็อกอินบัญชีผู้ใช้ YouTube ของคุณ
2. คลิกลิงค์ชื่อผู้ใช้ (username) ที่อยู่บริเวณมุมบนขวา เลือกคำสั่ง Video Manager
3. คลิกปุ่ม Edit ของคลิปวิดีโอที่ต้องการใส่ "เบลอ" ให้กับหน้าคนในคลิป
4. เมื่อเข้าสู่หน้าแก้ไขวิดีโอให้คลิกเมนู Enhancements ที่อยู่ด้านบน
5. ในหน้าแก้ไขปรับปรุงวิดีโอจะเปิดคลิปเป็น 2 ช่องพร้อมกัน คือ คลิปต้นฉบับ (original) และพรีวิวคลิปที่ปรับแต่งแก้ไข (Quick Preview) สังเกตที่ด้านล่างของคลิป ให้คลิกปุ่ม Additional features
6. รายละเอียดของฟีเจอร์ Blur All Faces จะโผล่ขึ้นมา ให้คลิกปุ่ม Apply ที่อยู่ด้านล่าง
7. สังเกตผลลัพธ์ของการทำเบลอหน้าคนในหน้าต่าง Quick Preview หากพอใจในผลลัพธ์ที่ได้ คลิกปุ่ม Save As เป็นอันเรียบร้อย
ไม่ยากเกินไปนะครับ สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจวิธีทำ "เบลอ" ใบหน้าคนในคลิปโดยอัตโนมัติของ YouTube อ้อ..ลืมบอกไป YouTube จะมีตัวเลือกให้ลบคลิปต้นฉบับทิ้งให้ด้วยนะครับ เพื่อช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของคนในคลิปให้ปลอดภัยที่สุดในนั่นเอง :D

Tip: คู่มือ"โน้ตบุ๊ก"แนะนำให้ใช้แบตฯ จนหมด เพื่อยืดอายุการใช้งาน จริงอ่ะ


คำตอบคือ สิ่งที่ระบุในคู่มือนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องแล้วครับ!!! แบตเตอรี่ลิเธียมอิออนที่ใช้ในโน้ตบุ๊ก และแก็ดเจ็ตโมบายต่างๆ จะมีตัววัดประจุไฟฟ้าที่อยู่ภายใน (internal charge meter) ที่บอกสถานะการชาร์จ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ความแม่นยำของมันจะลดลง ผลลัพธ์คือ การรายงานประจุไฟฟ้าในแบตฯจะคลาดเคลื่อน โดยอาจจะมาก หรือน้อยกว่าความเป็นจริงก็ได้ นั่นคือ สาเหตุที่บางครั้งเราพบว่า พอใช้อุปกรณ์ไปนานๆ ทำไมบางครั้งแบตฯ หมดเร็ว ทั้งๆ ที่เพิ่งชาร์จเต็ม (ความจริงมันไม่เต็ม)  
ดังนั้น การใช้แบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์แก็ดเจ็ตต่างๆ ให้หมดสนิทสัก 2 - 3 ครั้งต่อปี จะช่วยให้ตัววัดของแบตเตอรี่ได้เริ่มต้นปรับแต่งการวัดของมันอีกครั้ง สำหรับขั้นตอนการทำก็คือ ให้คุณชาร์จแบตฯ โน้ตบุ๊กจนเต็ม จากนั้นถอดปลั๊ก และใช้งานตามปกติจนกว่าแบตฯ จะหมด เมื่อเครื่องปิดแล้ว รีชาร์จแบตฯ ให้เต็มอีกครั้ง เป็นอันเรียบร้อย คราวนี้นอกจากคุณจะไม่ต้องงงกับแบตฯที่หมดเร็วเกินเหตุแล้ว การใช้งานแบตฯ ลักษณะนี้ยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับแบตฯ อีกด้วย

เว็บแปลงคลิป YouTube ให้เป็นไฟล์ mp3 แค่คลิกก็ได้แล้ว!!!

เช้านี้ขอนำเสนอทิปที่จะช่วยให้ใครหลายๆ คนที่ต้องการไฟล์ mp3 จากคลิปยูทูบ (YouTube) ไว้ฟังในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือไรท์ใส่แผ่นฟังในรถได้ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าต้องการใช้เป็นปลั๊กอินมันก็มีให้ติดตั้งสำหรับบราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ (Firefox) โดยเฉพาะอีกด้วย ที่สำคัญมันเป็นบริการแปลงไฟล์ทีไม่คิดตังค์อีกด้วย...ว้าว!!!

flv2mp3.com เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการแปลงคลิปจากยูทูบให้เป็นไฟล์ mp3 เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือไรท์ใส่แผ่นซีดี ตลอดจนก็อปปี้ลงยูเอสบีไดรฟ์ ไอโฟน ไอพอด ไอแพด แท็บเล็ต เครื่องเล่นเอ็มพีสาม ฯลฯ โดยเฉพาะมิวสิควิดีโอที่ชื่นชอบ สำหรับการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่เข้า YouTube เลือกคลิปวิดีโอทีต้องการแปลงเป็นไฟล์ mp3 จากนั้นคลิกเลือกแอดเดรส (Ctrl+A) ของคลิป แล้วก็อปปี้ (Ctrl+C)


ขั้นตอนต่อมาให้เข้าเว็บไซต์บริการแปลงไฟล์ยูทูบเป็นเอ็มพีสาม flv2mp3.com คลิกที่ช่องด้านหน้าปุ่ม CONVERT to MP3 แล้วคลิกปุ่ม Ctrl+V เพื่อวางลิงค์ยูทูบที่ก็อปปี้ไว้ ดังรูป


หลังจากคลิกปุ่ม CONVERT to MP3 แล้ว flve2mp3.com จะทำการโหลด และแปลงไฟล์คลิปยูทูบให้กลายเป็นไฟล์ mp3 พร้อมดาวน์โหลดได้เลย โดยเมื่อแปลงเสร็จแล้วจะได้ดังรูปข้างล่างนี้ เพียงแค่คลิกปุ่มดาวน์โหลดก็ได้ไฟล์ mp3 แล้ว หรือจะดาวน์โหลดเข้าสมาร์ทโฟนผ่านทาง QR Code ก็ได้เหมือนกัน ส่วนใครที่ใช้ไฟร์ฟอกซ์ แล้วต้องการความสะดวกไม่ต้องเข้ามาที่เว็บไซต์ก็ดาวน์โหลดปลั๊กอินที่อยู่ในหน้าโฮมไปติดตั้งได้เลยครับ ลองใช้แล้วติชมกันเข้ามาดูนะครับ หวังว่า คงถูกใจคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ทุกท่านนะครับ ยิ้มกว้างๆ

วิธีใส่ Password ในเอกสาร MS Office 2007

สำหรับผู้ใช้งาน Microsoft Office 2007 ทุกคน  ยิ้มกว้างๆ

             วันนี้มีวิธีการในการใส่ Password ของเอกสาร ทั้งนี้ เพื่อป้องกันคนอื่นๆ เข้ามาเปิดไฟล์โดยที่เรามิได้อนุญาติได้อย่างง่ายๆ วิธีการที่กล่าวถึงต่อไปนี้ สามารถรองรับกับการทำงานได้ทั้ง Microsoft Word, Microsoft Excel รวมทั้ง Microsoft PowerPoint 2007 ได้ทั้งหมด
วิธีการตั้ง Password ให้เอกสารในตระกูล MS Office 2007

    1. เปิดโปรแกรม Microsoft Word หรือ Microsoft Excel หรือ Microsoft PowerPoint 2007
    2. หลังจากสร้างงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะบันทึก
    3. ให้คลิกปุ่ม Office Button (สัญลักษณ์ Office อยู่มุมบนซ้าย)
    4. เลือกคำสั่ง Save As
    5. คลิกคำสั่ง Tools (ด้านล่างของหน้าต่าง Save As) เลือกเมนู General Options
    6. คลิกเลือกใส่ Password
          Password to open? - ใส่รหัสผ่านก่อนเปิดใช้ไฟล์
          Password to modify - ใส่รหัสผ่านก่อนแก้ไข
          Ready-only Recommended - ให้เปิดดูได้อย่างเดียว แก้ไขไม่ได้
    7. คลิกปุ่ม OK และเลือก ตั้งชื่อไฟล์ที่ต้องการ
    8. กดปุ่ม Save อีกครั้ง เพื่อยืนยัน

แค่นี้ก็ทำให้ไฟล์ของคุณปลอดภัยจากบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ให้อ่านแล้ว นอกจากนี้เราอาจใช้วิธีแปลงไฟล์เป็น PDF ก็ได้ แล้วแต่จะถูกใจแบบไหน